การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วในโรงงานมีความสำคัญทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและกฎหมาย โรงงานต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอน ได้แก่ การเก็บรักษาอย่างเป็นระเบียบ ป้องกันการรั่วไหล และจัดทำแผนผังสถานที่เก็บ รวมถึงการจัดการเอกสารผ่านแบบรายงานสำคัญ 3 แบบ คือ แบบ กอ.1 (คำขออนุญาตนำออกนอกโรงงาน), แบบ กอ.2 (แสดงการจัดการ) และรายงานประจำปี หากละเลยอาจถูกปรับสูงสุดถึง 200,000 บาท
ดูเพิ่มเติมภายใต้พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 “วัตถุอันตราย” หมายถึง วัตถุที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม เช่น วัตถุไวไฟ วัตถุมีพิษ วัตถุกัดกร่อน และอื่น ๆ โดยแบ่งออกเป็น 4 ชนิดตามระดับการควบคุม ตั้งแต่วัตถุที่เพียงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ไปจนถึงวัตถุต้องห้ามโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ รายชื่อวัตถุอันตรายจะถูกระบุไว้ใน “บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย” ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม.
ดูเพิ่มเติมพลาสติกเครดิต คือ หน่วยวัดปริมาณพลาสติก 1 ตัน ที่ได้รับการจัดการอย่าง รับผิดชอบและตรวจสอบได้ เช่น การ เก็บรวบรวม จากสิ่งแวดล้อมหรือจากแหล่งชุมชน การ รีไซเคิล เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ การ กำจัดอย่างถูกต้อง โดยไม่ปล่อยสู่ธรรมชาติ แนวทางนี้เกิดขึ้นเพื่อสร้างแรงจูงใจ ให้มีการจัดการขยะอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ระบบจัดการขยะยังไม่ทั่วถึง และช่วยให้องค์กรต่างๆสามารถชดเชยการใช้พลาสติกได้
ดูเพิ่มเติมกฎกระทรวงควบคุมการปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดินภายในบริเวณโรงงาน พ.ศ. 2559 (กฎกระทรวงฯ) ได้กำหนดให้โรงงานตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงฯ ต้องจัดให้มีการตรวจสอบคุณภาพดินและน้ำใต้ดินภายในบริเวณโรงงาน รวมถึงควบคุมไม่ให้มีการปนเปื้อนเกินเกณฑ์ตามที่มาตรฐานกำหนด โดยผู้ประกอบการจะต้องทำการตรวจสอบคุณภาพดินและน้ำใต้ดินก่อนเริ่มประกอบกิจการโรงงาน รวมถึงจัดทำและส่งรายงานผลการตรวจสอบดังกล่าวต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดที่โรงงานนั้นตั้งอยู่ นอกจากนี้จะต้องจัดให้มีการตรวจสอบคุณภาพดินต่อไปอีกทุกๆ 3 ปี คุณภาพน้ำใต้ดินต่อไปอีกทุกๆ 1 ปี จนกว่าจะเลิกประกอบกิจการ และต้องจัดทำและส่งรายงานผลการตรวจสอบดังกล่าวภายใน 120 วันนับตั้งแต่วันครบกำหนดการตรวจสอบคุณภาพดินและน้ำใต้ดินในแต่ละกรณีด้วย
ดูเพิ่มเติมEnvironmental Site Assessment (ESA) หรือ การประเมินสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ คือกระบวนการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่ดินหรือทรัพย์สิน เพื่อประเมินว่าพื้นที่มีการปนเปื้อนของสารอันตรายหรือมลพิษอยู่หรือไม่ โดยการจัดทำ ESA จะทำในขั้นตอนก่อนมีการตัดสินใจเชิงธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อหรือควบรวมกิจการ เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ (Environmental Due Diligence: EDD) การประเมินสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ หรือ ESA จะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงทางกฎหมายและการเงิน หากพบว่าพื้นที่มีการปนเปื้อน ภายหลังการซื้อขายหรือพัฒนา ผู้ถือครองอาจต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูให้เป็นไปตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม
ดูเพิ่มเติม© 2019 Green and Blue Planet Solutions. All Rights Reserved.