Environmental & Safety Reporting

รายงานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย

รายงานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (Environmental & Safety Reporting)

การดำเนินธุรกิจของสถานประกอบกิจการในประเทศไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด เนื่องจากการจัดทำและการรายงานข้อมูลด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานภาครัฐหลายแห่งที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยแต่ละหน่วยงานมีข้อกำหนด รูปแบบรายงาน และระยะเวลาการยื่นรายงานที่แตกต่างกันไปตามประเภท ขนาด และลักษณะของกิจการ

เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้องและสอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย ผู้ประกอบกิจการจึงมีหน้าที่ต้องจัดทำรายงานด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับกิจการของตนเองอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และทันตามกำหนดระยะเวลา ครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การใช้ทรัพยากร การจัดการของเสีย การควบคุมมลพิษ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ รวมถึงการประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยง การจัดทำรายงานที่มีคุณภาพไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและหลีกเลี่ยงบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสะท้อนความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างความน่าเชื่อถือ และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว

บริการของเรา

การจัดทำรายงานการวิเคราะห์ความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบกิจการโรงงาน

Risk Assessment Report (RA report)

การจัดทำรายงานเกี่ยวกับการศึกษามาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย

Environmental Safety Assessment Report (ESA Report)

การจัดทำประมวลหลักการปฏิบัติ

Code of Practice (CoP)

การดำเนินงานของเรา

GBP ให้บริการด้านการจัดทำรายงานตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร โดยสามารถปรับรูปแบบและขอบเขตการดำเนินงานให้เหมาะสมกับบริบท ความต้องการ และลักษณะเฉพาะของแต่ละองค์กร เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ

กระบวนการจัดทำรายงานของ GBP ครอบคลุมตั้งแต่การรวบรวมข้อมูลทั่วไปและข้อมูลกระบวนการผลิต การทบทวนเอกสารและใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการตรวจประเมินในสถานที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสะท้อนสภาพการดำเนินงานจริงขององค์กร

นอกจากนี้ GBP ยังนำเสนอแนวทางและข้อเสนอแนะที่ช่วยให้องค์กรสามารถปรับปรุงการดำเนินงานให้สอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมได้อย่างครอบคลุม ลดความเสี่ยงจากการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด และเสริมสร้างความพร้อมในการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล

การจัดทำรายงานดำเนินการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และประสบการณ์เฉพาะด้าน ให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา บนพื้นฐานของข้อกำหนดทางกฎหมาย เพื่อสนับสนุนให้องค์กรสามารถบริหารจัดการความเสี่ยง เพิ่มความน่าเชื่อถือ และดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q: สถานประกอบการประเภทใดที่ต้องจัดทำ Risk Assessment?

A: สถานประกอบการต่อไปนี้

รายการที่ ลำดับที่ ประเภทหรือชนิดของโรงงาน
1 7(1), (4) โรงงานสกัดน้ำมันจากพืช สัตว์ หรือไขมันสัตว์ เฉพาะที่ใช้สารละลายในการสกัด
2 42(1), (2) โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับ เคมีภัณฑ์ สารเคมี หรือวัตถุอันตราย
3 43(1), (2) โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตปุ๋ย หรือสารป้องกันหรือสารกำจัดศัตรูพืชหรือสัตว์ ยกเว้นการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และการผลิตปุ๋ยเคมีที่ไม่มีการใช้ Ammonium Nitrate หรือ Potassium Chlorate
4 44 โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตยางเรซินสังเคราะห์ ยางอีลาสโตเมอร์ พลาสติก หรือเส้นใยสังเคราะห์ซึ่งไม่ใช้แล้ว
5 45(1), (2), (3) โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับสี น้ำมันชักเงา เซลแล็ก แล็กเกอร์ หรือผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ยาหรืออุด ยกเว้นการผลิตสีน้ำ
6 48(4), (6) โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการทำไม้ขีดไฟ วัตถุระเบิด หรือดอกไม้ไฟ หรือการทำคาร์บอนดำ
7 49 โรงงานกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม
8 50(4) โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ถ่านหิน หรือลิกไนต์ ยกเว้นแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
9 89 โรงงานผลิตก๊าซ ซึ่งไม่ใช่ก๊าซธรรมชาติ ส่ง หรือจำหน่ายก๊าซ
10 91(2) โรงงานบรรจุก๊าซ
11 92 โรงงานห้องเย็น เฉพาะที่ใช้แอมโมเนียเป็นสารทำความเย็น
12 99 โรงงานผลิต ซ่อมแซม ดัดแปลงเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด หรือสิ่งอื่นใดที่มีอำนาจในการประหาร ทำลาย หรือทำให้หมดสมรรถภาพในทำนองเดียวกันกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด และรวมถึงสิ่งประกอบของสิ่งของดังกล่าว
Q: สถานประกอบการประเภทใดที่ต้องจัดทำรายงานเกี่ยวกับการศึกษามาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย?

A: สถานประกอบการต่อไปนี้

รายการที่ ลำดับที่ ประเภทหรือชนิดของโรงงาน เงื่อนไข
1 16 ตั้ม กลั่น หรือผสมสุรา ทุกขนาด ยกเว้นโครงการที่มีการจัดทำรายงาน EIA แล้ว
2 17 ผลิตเอทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งไม่ใช่เอทิลแอลกอฮอล์ที่ผลิตจากซัลไฟด์ในการทำเยื่อกระดาษ ทุกขนาด ยกเว้นโครงการที่มีการจัดทำรายงาน EIA แล้ว
3 22(1) การหมักคาร์บอนไนซ์ สาง หวี รีด ปั่น อบ ควบ บิด เกลียว กรอ เท็กเจอร์ไรซ์ ฟอก หรือย้อมสีเส้นใย ประกอบกิจการเกี่ยวกับการฟอกหรือย้อมสี เส้นด้ายหรือเส้นใย ที่มีน้ำทิ้งตั้งแต่ 500 ลบ.ม./วัน ขึ้นไป
4 22(2) การทอหรือการเตรียมเส้นด้ายยืนสำหรับบการทอ ประกอบกิจการเกี่ยวกับการฟอกย้อมสี เส้นด้ายหรือเส้นใยหรือพิมพ์สิ่งทอ ที่มีน้ำทิ้งตั้งแต่ 500 ลบ.ม./วัน ขึ้นไป
5 22(3) การฟอกย้อมสี ประกอบกิจการเกี่ยวกับการฟอกย้อมสี เส้นด้ายหรือเส้นใยหรือพิมพ์สิ่งทอ ที่มีน้ำทิ้งตั้งแต่ 500 ลบ.ม./วัน ขึ้นไป
6 22(4) การพิมพ์สิ่งทอ ประกอบกิจการเกี่ยวกับการฟอกย้อมสี เส้นด้ายหรือเส้นใยหรือพิมพ์สิ่งทอ ที่มีน้ำทิ้งตั้งแต่ 500 ลบ.ม./วัน ขึ้นไป
7 - ถัก ผ้าลูกไม้ หรือเครื่องนุ่งห่มด้วยด้าย หรือเส้นใย ฟอก ย้อมสีหรือแต่งสำเร็จผ้า ผ้าลูกไม้ หรือเครื่องนุ่งห่ม ประกอบกิจการเกี่ยวกับการฟอกย้อมสีหรือแต่งสำเร็จลูกไม้ หรือเครื่องนุ่งห่มที่ถักด้วยเส้นด้ายหรือเส้นใย มีน้ำทิ้งตั้งแต่ 500 ลบ.ม./วัน ขึ้นไป
8 27(2) ทำผ้าน้ำมันหรือหนังเทียม ซึ่งไม่ได้ทำจากพลาสติกล้วน ทุกขนาด
9 29 หมัก ชําแหละ อบ ป่นหรือบด ฟอกขัดและแต่งสำเร็จ อัดเป็นลายนูนหรือเคลือบสีหนังสัตว์ มีขบวนการหมัก ฟอกและมี น้ำเสียตั้งแต่ 50 ลบ.ม./วัน ขึ้นไป
10 30 สาง ฟอก ย้อมสี ขัดหรือแต่งขนสัตว์ น้ำเสียตั้งแต่ 50 ลบ.ม./วัน ขึ้นไป
11 31 ทำพรมหรือเครื่องใช้จากหนังสัตว์หรือขนสัตว์ มีขบวนการหมัก ฟอกและมี น้ำเสียตั้งแต่ 50 ลบ.ม./วัน ขึ้นไป
12 32(2) ผลิตผลิตภัณฑ์หรือชิ้นส่วนของผลิตภัณฑ์ ซึ่งไม่ใช่ เครื่องแต่งกายหรือรองเท้าจากใยแก้ว ทุกขนาด
13 38(1) ทำเยื่อจากไม้หรือวัสดุอื่น มีกำลังการผลิตน้อยกว่า 50 ตัน/วันขึ้นไป
14 38(2) การทำกระดาษ กระดาษแข็ง หรือกระดาษที่ใช้ในการก่อสร้างชนิดที่ทำจากเส้นใย (Fiber) หรือ แผ่นกระดาษไฟเบอร์ (Fiberboard) น้ำเสียตั้งแต่ 50 ลบ.ม./วัน ขึ้นไป
15 53(6) การทำผลิตภัณฑ์สำหรับใช้เป็นฉนวน -
16 59 ถลุง หลอม หล่อ รีดดึง หรือผลิตเหล็กหรือเหล็กกล้า ในขั้นต้น กำลังการผลิตตั้งแต่ 50 ตัน/วันขึ้นไป แต่ไม่ถึง 100 ตัน/วัน
17 60 ถลุง ผสม ทำให้บริสุทธิ์หลอม หลอม รีด ดึง หรือผลิต โลหะในขั้นต้นซึ่งไม่ใช่ เหล็กหรือเหล็กกล้า อุตสาหกรรมถลุงแร่หรือแต่ง หรือหลอมโลหะ ซึ่งไม่ใช่อุตสาหกรรมเหล็ก หรือเหล็กกล้าที่มีกำลังการผลิตตั้งแต่ 25 ตัน/วันขึ้นไป แต่ไม่ถึง 50 ตัน/วัน
18 75 ประกอบกิจการเกี่ยวกับเรือ มีงานชุบโลหะหรือพ่นสี
19 76 การประกอบกิจการเกี่ยวกับรถไฟ รางรถไฟฟ้า หรือกระเช้าไฟฟ้า มีงานชุบโลหะหรือพ่นสี
20 78 ประกอบกิจการเกี่ยวกับจักรยานยนต์ จักรยานสามล้อ หรือจักรยานสองล้อ มีงานชุบโลหะหรือพ่นสี
21 88(1) การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงาน แสงอาทิตย์ ยกเว้นที่ติดตั้งบนหลังคา ดาดฟ้า หรือส่วนหนึ่งส่วนใดบนอาคารซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือใช้สอยได้โดยมีขนาดกำลังการผลิตติดตั้งสูงสุดรวมกันของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ไม่เกิน 1,000 kW มีขนาดกำลังการผลิตสูงสุด รวมกันของแผงเซลล์แสงอาทิตย์เกินกว่า 1,000 kW ขึ้นไป
22 88(2) การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงาน ความร้อน ทุกขนาด ยกเว้นโครงการที่มีการจัดทำรายงาน EIA แล้ว
23 88(3) การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ ยกเว้นการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานน้ำจากเขื่อน หรือจากอ่างเก็บน้ำขนาดกำลังการผลิตไม่เกิน 15 MW การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานน้ำแบบสูบกลับ การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานน้ำท้ายเขื่อน การผลิต พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานน้ำจากฝายและการผลิต พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานน้ำจากคลองส่งน้ำ มีกำลังการผลิตมากกว่า 15 MW สำหรับการผลิตพลังงานไฟฟ้า จากพลังน้ำจากเขื่อนหรือจากอ่างเก็บน้ำ หรือกำลังการผลิตทุกขนาดสำหรับการผลิต พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานน้ำที่ไม่ใช่การผลิต พลังงานไฟฟ้าจากพลังน้ำแบบสูบกลับการผลิต พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานน้ำท้ายเขื่อน การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานน้ำจากฝาย และการผลิตพลังไฟฟ้าจากพลังงานน้ำจากคลองส่งน้ำ
24 98 ซักรีด ซักแห้ง ซักฟอก รีด อัด หรือย้อมผ้า เครื่องนุ่งห่ม พรม หรือขนสัตว์ น้ำเสียตั้งแต่ 500 ลบ.ม./วัน ขึ้นไป
25 102 ผลิตและจำหน่ายไอน้ำ มีอัตราการผลิตไอน้ำตั้งแต่ 10 ตัน/ชั่วโมง ใช้เชื้อเพลิงชีวมวลและหรือถ่านหิน
26 105 ประกอบกิจการเกี่ยวกับการคัดแยกสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ของเสียอันตราย
27 106 นำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ใช้แล้ว หรือของเสียจากโรงงานมาผลิตเป็นวัตถุดิบ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยผ่านกรรมวิธิการผลิตทางอุตสาหกรรม ของเสียอันตราย
Q: ต้องดำเนินการจัดทำรายงานเกี่ยวกับการศึกษามาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยเมื่อไหร่?
A: เมื่อต้องการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการหรือใบอนุญาตขยายโรงงานตามประเภทที่กำหนด
Q: CoP คืออะไร?
A: CoP (Code of Practice) คือเอกสารที่จัดทำเพื่อแสดงแนวทางการปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของโครงการโรงไฟฟ้า ซึ่งใช้เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารประกอบการขอใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยงานกำกับดูแล
Q: ใครมีหน้าที่ต้องจัดทำ CoP?
A: ผู้ที่ต้องการประกอบกิจการโรงไฟฟ้าที่อยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอใบเสนอราคาผ่านแบบฟอร์มนี้