ท่ามกลางความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ องค์กรทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการกำหนดเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ เช่น ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero GHG Emissions) ซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญทั้งในมิติของการกำกับดูแล ความสามารถในการแข่งขัน และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
การจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก (GHG Inventory) และการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ จึงมีบทบาทสำคัญในฐานะเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นภาพรวมของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ โดยข้อมูลที่ได้จากการประเมินดังกล่าวช่วยให้องค์กรสามารถระบุแหล่งการปล่อยที่มีนัยสำคัญ วางแผนและกำหนดมาตรการลดการปล่อยได้อย่างเหมาะสม รวมถึงใช้เป็นพื้นฐานในการติดตามผลและพัฒนาการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ยังเป็นกระบวนการที่ช่วยแปลงกิจกรรมทางธุรกิจให้กลายเป็นข้อมูลเชิงปริมาณในรูปของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO₂e) ทำให้องค์กรสามารถสื่อสารผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างชัดเจน โปร่งใส และน่าเชื่อถือ ตลอดจนสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายความยั่งยืนในระยะยาว
บริการของเรา
1. การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint of Organization: CFO)
การประเมินปริมาณการปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมขององค์กร ครอบคลุมทั้งทางตรงและทางอ้อม (Scope 1, 2 และ Scope 3) ซึ่งองค์กรสามารถเลือกแนวทางและมาตรฐานการประเมินให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ภายใต้กรอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO)
มาตรฐานและแนวทางที่รองรับ
- ข้อกำหนดขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก. / TGO)
- ISO 14064-1:2018 Greenhouse gases – Part 1
- GHG Protocol Corporate Accounting and Reporting Standard
2. การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP)
การประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักชีวิตของผลิตภัณฑ์หรือบริการ ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน จนถึงการจัดการของเสีย ซึ่งองค์กรสามารถเลือกแนวทางและมาตรฐานการประเมินให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ภายใต้กรอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP)
มาตรฐานและแนวทางที่รองรับ
- ข้อกำหนดขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก. / TGO)
- ISO 14067:2018 Greenhouse gases Carbon footprint of products
- ISO 14040:2006 Environmental management - Life cycle assessment
- ISO 14044:2006 Environmental management - LCA Requirements
ขั้นตอนการทำงาน
GBP ให้คำปรึกษาและสนับสนุนการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก และการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (GHG Inventory and Carbon Footprint) เพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินการได้อย่างสอดคล้องต่อข้อกำหนดและนโยบาย ตั้งแต่กระบวนการในการเก็บรวบรวมข้อมูล การคำนวณ การจัดทำรายงาน จนถึงกระบวนการทวนสอบจนได้รับการรับรองตามมาตรฐานทั้ง TGO และ ISO Standard พร้อมทั้งจัดการฝึกอบรมให้กับพนักงานในองค์กร ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถจัดทำการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้ถูกต้องและครบถ้วน โดย GBP ดำเนินงานอย่างเป็นระบบตามขั้นตอนหลัก ดังนี้
1กำหนดขอบเขตการประเมิน
กำหนดขอบเขตองค์กร ขอบเขตการดำเนินงาน และขอบเขตการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร
2การเก็บรวบรวมและจัดการข้อมูล
วางแนวทางการเก็บข้อมูล กำหนดแหล่งข้อมูล วิธีการตรวจวัด และการบันทึกข้อมูลอย่างเหมาะสม
3การคำนวณและจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก
คำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามวิธีการและปัจจัยการปล่อยที่เป็นไปตามมาตรฐานที่เลือกใช้
4การจัดทำรายงาน
จัดทำรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์อย่างครบถ้วน ถูกต้อง และสอดคล้องตามข้อกำหนดในการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกที่องค์กำหนด
5การวางแผนลดและ/หรือชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ในการกำหนดมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และแนวทางการชดเชยคาร์บอน
6การทวนสอบและการติดตามผล
สนับสนุนการเตรียมความพร้อมสำหรับการทวนสอบ และการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
A: โดยทั่วไปองค์กรควรเริ่มจากการจัดทำ CFO เพื่อให้เห็นภาพรวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดขององค์กร จากนั้นจึงต่อยอดไปสู่ CFP สำหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สำคัญ
A: แม้ทั้งสองแนวทางจะยึดหลักการประเมินก๊าซเรือนกระจกที่ใกล้เคียงกัน แต่มีความแตกต่างในรายละเอียด ขอบเขต และวัตถุประสงค์ในการนำผลการประเมินไปใช้งาน องค์กรจึงควรเลือกมาตรฐานให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านการรายงานและการสื่อสารของตน
- TGO เหมาะสำหรับการขึ้นทะเบียนและการรายงานภายในประเทศไทย รวมถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดระดับประเทศ
- ISO 14064-1 เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการใช้ข้อมูลเพื่อการรายงาน การเปิดเผยข้อมูล และการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับนานาชาติ
A: ไม่จำเป็น องค์กรสามารถเลือกทำ CFP เฉพาะผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีความสำคัญเชิงธุรกิจ ผลิตภัณฑ์หลัก หรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการใช้สื่อสารด้านสิ่งแวดล้อมกับลูกค้าและคู่ค้า
A: หากองค์กรต้องการเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลการประเมิน หรือนำข้อมูลไปใช้ในการรับรอง การกำหนดนโยบาย หรือการสื่อสารต่อสาธารณะ แนะนำให้มีการทวนสอบโดยหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง