Green Industry พื้นฐานสำคัญของโรงงานที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

Green Industry พื้นฐานสำคัญของโรงงานที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

Green Industry (GI) หรือ อุตสาหกรรมสีเขียว คือแนวทางการพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรมให้ดำเนินกิจการอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานการผลิตของโรงงานในระยะยาวด้วย

ระบบอุตสาหกรรมสีเขียวของประเทศไทยได้กำหนดแนวทางการพัฒนาไว้เป็นลำดับขั้น ตั้งแต่การแสดงความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม การดำเนินกิจกรรมลดผลกระทบ การจัดการอย่างเป็นระบบ ไปจนถึงการสร้างวัฒนธรรมและเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมในห่วงโซ่อุปทาน

สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมนั้น การเข้าสู่ Green Industry จะช่วยลดการใช้พลังงานและทรัพยากร ลดของเสียและมลพิษ เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อทั้งต่อคู่ค้า ชุมชน และสังคมอีกด้วย

Green Industry จึงถือเป็นพื้นฐานสำคัญของโรงงานที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นก้าวแรกสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้สอดคล้องกับทิศทางตลาดโลกในอนาคต


ระดับของอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry)

เพื่อส่งเสริมให้โรงงานอุตสาหกรรมดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้กำหนดแนวทาง อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ขึ้น โดยวางกรอบการพัฒนาเป็นลำดับขั้น เพื่อให้สถานประกอบการสามารถเริ่มต้น ปรับปรุง และยกระดับการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

แนวทางดังกล่าวสามารถแบ่งระดับการพัฒนาออกเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่การแสดงความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ดังนี้

  • ระดับที่ 1 ความมุ่งมั่นสีเขียว (Green Commitment)
    โรงงานจะต้องแสดงความตั้งใจดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน โดยมีนโยบาย เป้าหมาย และแผนงานด้านสิ่งแวดล้อมที่พร้อมสื่อสารให้พนักงานทุกคนรับรู้
  • ระดับที่ 2 ปฏิบัติการสีเขียว (Green Activity)
    การนำแผนงานด้านสิ่งแวดล้อมที่วางไว้มาลงมือทำจริง มีกิจกรรมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม และเห็นผลชัดเจน
  • ระดับที่ 3 ระบบสีเขียว (Green System)
    มีระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน มีการติดตาม ประเมินผล และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง หรือได้รับการรับรองมาตรฐาน/รางวัลด้านสิ่งแวดล้อม
  • ระดับที่ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture)
    พนักงานทุกคนจะต้องมีจิตสำนึกร่วมกันในการดูแลสิ่งแวดล้อม และทำให้การดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมขององค์กร
  • ระดับที่ 5 เครือข่ายสีเขียว (Green Network)
    มีการขยายแนวคิดอุตสาหกรรมสีเขียวออกไปสู่ภายนอกองค์กร เพื่อสนับสนุนคู่ค้าและพันธมิตรตลอดห่วงโซ่อุปทานให้ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การเทียบระดับของอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry)

ในระบบอุตสาหกรรมสีเขียว ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมนั้น มีแนวทางให้สถานประกอบการสามารถนำมาตรฐานหรือโครงการที่มีอยู่แล้วนั้น มาใช้แทนเงื่อนไขบางข้อได้ เพื่อช่วยให้การขึ้นทะเบียนหรือเลื่อนระดับเป็นไปได้ง่ายขึ้น โดยมีตัวอย่างต่าง ๆ ตามระดับดังนี้

ระดับที่ 1 ความมุ่งมั่นสีเขียว

  1. นโยบายหรือแผนงานด้านสิ่งแวดล้อม
  2. มีการลงนามความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม

ระดับที่ 2 ปฏิบัติการสีเขียว

  1. ISO 9001 หรือ OHSAS 18001 หรือ ISO 45001
  2. CSR Beginner
  3. Eco Factory ระดับ Bronze ขึ้นไป
  4. โครงการ 3Rs, Cleaner Technology, Green Logistics
  5. Carbon Footprint ของผลิตภัณฑ์หรือองค์กร

ระดับที่ 3 ระบบสีเขียว

  1. ISO 14001 หรือ ISO 50001
  2. CSR-DIW หรือ CSR-DIW Continuous
  3. รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นด้านการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือการจัดการพลังงาน
  4. ผลิตภัณฑ์ฉลากเขียว

ระดับที่ 4 วัฒนธรรมสีเขียว

  1. CSR-DIW และ ISO 14001
  2. CSR-DIW และ ISO 50001
  3. รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นด้านการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และตามเงื่อนไขของคณะทำงานอุตสาหกรรมดีเด่น

ระดับที่ 5 เครือข่ายสีเขียว

  1. จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดในระดับที่ 4
  2. ขยายความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมครอบคลุมห่วงโซ่อุปทาน
  3. จัดทำและเผยแพร่รายงานด้านสิ่งแวดล้อม
  4. สร้างความพึงพอใจของชุมชนโดยรอบ โดยจะต้องไม่น้อยกว่า 70% จากแบบสำรวจ

ขั้นตอนการขอรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry)

  1. ผู้ประกอบการลงทะเบียนในระบบ โดยสมัครใช้งานผ่านระบบสารสนเทศอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry)
  2. ยื่นคำขอรับรองผ่านระบบออนไลน์ โดยเลือกระดับอุตสาหกรรมสีเขียวที่ต้องการ พร้อมแนบเอกสารและข้อมูลประกอบตามที่กำหนด
  3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและพิจารณาระดับการรับรอง โดยพิจารณาความถูกต้องและความครบถ้วนของเอกสาร
  4. ประกาศผลและออกใบรับรอง