ร่างมาตรฐานกลิ่นสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยและกำหนดแหล่งกำเนิดมลพิษ
วันที่รับฟังความคิดเห็น: 27 ตุลาคม ถึง 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569
ความเป็นมา:
1. สถานการณ์และปัญหาขยะมูลฝอย (ปี 2568)
- ประเทศไทยมีสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยทั่วประเทศทั้งหมด 2,048 แห่ง
- ดำเนินการถูกต้องตามหลักวิชาการเพียง 119 แห่ง
- อีก 1,929 แห่งดำเนินการไม่ถูกต้อง ส่วนใหญ่ใช้วิธีเทกอง หรือฝังกลบในบ่อ/บนผิวดินที่ไม่ได้ปูรองด้วยวัสดุที่มีค่าความซึมของน้ำต่ำ (เช่น ดินเหนียวบดอัด หรือแผ่นพลาสติก HDPE) และประสบปัญหากลิ่นเหม็นรบกวน
- สถานที่กำจัดขยะส่วนใหญ่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
2. ปัญหาข้อร้องเรียนและผลกระทบ
- ข้อมูลจากระบบทราฟฟี่ ฟองดูว์ (Traffy Fondue) ในช่วง 4–5 ปี (พ.ศ. 2564 – 2568) ระบุว่าปัญหาร้องเรียนเรื่อง “กลิ่นเหม็น” เป็นมลพิษที่ประชาชนร้องเรียนมากที่สุดอย่างต่อเนื่อง โดยมี 22 เรื่องในปี พ.ศ. 2565 และเพิ่มเป็น 38 เรื่องในปี พ.ศ. 2568 (สูงสุดในช่วงเวลาดังกล่าว)
- ปัญหากลิ่นเหม็นรบกวนจากสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยเป็นเรื่องที่ร้องเรียนรองลงมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต และนำไปสู่ข้อพิพาทกับชุมชนโดยรอบ
3. การดำเนินงานและข้อจำกัดในการแก้ไขปัญหา
- กรมควบคุมมลพิษได้ลงพื้นที่ติดตามและให้ข้อเสนอแนะแก่ อปท. เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพสถานที่กำจัดขยะ
- มีการผลักดันงบประมาณสนับสนุนผ่านแผนปฏิบัติการฯ ระดับจังหวัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ไม่น้อยกว่า 712 แห่ง และให้ข้อเสนอแนะยกระดับสถานที่ที่ไม่ถูกต้อง 588 แห่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565
4. ปัญหาด้านกฎหมายและมาตรฐานในปัจจุบัน
- ปัจจุบันมีเพียงประกาศฯ เรื่อง กำหนดมาตรฐานค่าความเข้มกลิ่นของอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งจากสถานที่เลี้ยงสัตว์ พ.ศ. 2556 ที่ใช้เป็นแนวทางอ้างอิงได้ แต่บังคับใช้เฉพาะสถานที่เลี้ยงสัตว์เท่านั้น
- ยังไม่มีมาตรฐานค่าความเข้มกลิ่นที่กำหนดขึ้นเฉพาะสำหรับสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย และยังไม่ได้กำหนดให้สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยอากาศเสียตามมาตรา 68 แห่ง พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535
5. แนวทางการแก้ไขในอนาคต
- กรมควบคุมมลพิษได้จัดทำร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานค่าความเข้มกลิ่นของอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งจากสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย พ.ศ. ….
- กำหนดค่าความเข้มกลิ่นให้ไม่เกิน 30 หน่วยกลิ่น (Odor Unit: OU)
- กำหนดจุด ช่วงเวลาเก็บตัวอย่าง วิธีเก็บและขนส่งตัวอย่าง วิธีตรวจวัดค่าความเข้มกลิ่น และระยะเวลาบังคับใช้ให้มีความชัดเจน เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยคำนึงถึงขนาดและความพร้อมของสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย เพื่อลดผลกระทบ ข้อร้องเรียน และความขัดแย้งกับชุมชน
สาระสำคัญ:
1. บทอาศัยอำนาจ
- ร่างประกาศกำหนดมาตรฐานค่าความเข้มกลิ่นอาศัยอำนาจตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 โดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมมลพิษและโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
- ร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมค่าความเข้มกลิ่นของอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งออกสู่บรรยากาศ พ.ศ. …. อาศัยอำนาจตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 โดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมมลพิษ
2. คำนิยาม
- “สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย” หมายความว่า พื้นที่หรือสถานที่ที่ใช้ในการกำจัดมูลฝอย โดยวิธีการเทกองหรือการฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาลและไม่ถูกหลักสุขาภิบาล
- “ค่าความเข้มกลิ่น” (odor concentration) หมายความว่า ค่าแสดงสภาพกลิ่นซึ่งเป็นอัตราส่วนการเจือจางตัวอย่างอากาศเสียที่มีกลิ่นด้วยอากาศบริสุทธิ์
- “ผู้ทดสอบกลิ่น” หมายความว่า ผู้ที่ทำหน้าที่ดมกลิ่นเพื่อตรวจวัดค่าความเข้มกลิ่น โดยผู้ทดสอบกลิ่นจะต้องเป็นผู้ที่ขึ้นบัญชีรายชื่อไว้กับกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
3. การกำหนดแหล่งกำเนิดมลพิษและการควบคุมอากาศเสีย
4. มาตรฐานค่าความเข้มกลิ่นต้องมีค่าความเข้มกลิ่นไม่เกิน ๓๐ หน่วย (Odor Unit : OU)
5. กำหนดวิธีการตรวจวัดค่าความเข้มกลิ่น
6. ระยะเวลาบังคับใช้
- ร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานค่าความเข้มกลิ่นของอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งจากสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย พ.ศ. …. กำหนดให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
- ร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมค่าความเข้มกลิ่นของอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งออกสู่บรรยากาศ พ.ศ. …. กำหนดให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามร้อยหกสิบวันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ทั้งนี้ สามารถเข้าไปแสดงความคิดเห็นและอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ [Link] หรือสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ กรมควบคุมมลพิษ โทรศัพท์ 02 298 2086