ประกาศในราชกิจจานุเบกษา: 28 มกราคม พ.ศ. 2569

เนื้อหา:

1. วัตถุประสงค์

ประกาศฉบับนี้ออกมาเพื่อปรับปรุงกฎหมายเดิม (ยกเลิกประกาศปี พ.ศ. 2555) ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคปัจจุบันที่เน้นภาคบริการ โดยมุ่งเน้นสนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่

  • การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
  • การบินและโลจิสติกส์
  • การแพทย์ครบวงจร
  • ก่อสร้างทันสมัย

2. คำนิยามที่สำคัญ

  • อุตสาหกรรมบริการ: แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก

    1. อุตสาหกรรมที่ให้บริการแก่ชุมชน: ผลิตสินค้า/บริการเพื่อชุมชนที่ตั้งอยู่

    2. อุตสาหกรรมสนับสนุนธุรกิจบริการ: ผลิตเพื่อสนับสนุนธุรกิจบริการ (เช่น โรงแรม, สปา, ห้าง, โรงพยาบาล ฯลฯ)

  • ธุรกิจบริการ: หมายถึง กิจการที่ไม่ใช่โรงงาน เช่น โรงแรม, สปา, ห้างสรรพสินค้า, คลังสินค้า, โรงพยาบาล ฯลฯ


3. วิธีการตรวจวัด

ระบุวิธีมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับสารแต่ละชนิด เช่น:

  • PM2.5 และ PM10: ใช้วิธี กราวิเมตริก (Gravimetric), เบต้าเรดิเอชัน (Beta Radiation Attenuation), หรือ TEOM เป็นต้น

  • ก๊าซต่างๆ: ใช้วิธีทางเคมีและฟิสิกส์เฉพาะ (เช่น UV Fluorescence สำหรับ SO2, Chemiluminescence สำหรับ NO2 และ Ozone)

  • อนุญาตให้ใช้วิธีอื่นที่เทียบเท่ามาตรฐาน US EPA หรือ EU ได้


4. เงื่อนไขทั่วไปของ “โรงงานสนับสนุนธุรกิจบริการ”

หากจะตั้งโรงงานเพื่อสนับสนุนธุรกิจบริการ (ตามข้อ 2) จะต้องผ่านเกณฑ์เข้มงวด 6 ข้อ ดังนี้:

  1. เจ้าของเดียวกัน: ต้องเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลเดียวกับธุรกิจบริการ
  2. สัดส่วนการลงทุน: มูลค่าการลงทุนในธุรกิจบริการต้อง ไม่น้อยกว่า 60% และส่วนของโรงงานต้อง ไม่เกิน 40% ของการลงทุนทั้งหมด
  3. พื้นที่ตั้ง: ต้องอยู่แปลงเดียวกัน หรือติดต่อกัน (ถ้าที่ดินติดกัน เจ้าของที่ดินต้องเป็นคนเดียวกับเจ้าของธุรกิจ)
  4. แรงงานไทย: ต้องจ้างคนสัญชาติไทย ไม่น้อยกว่า 75% ของคนงานทั้งหมด (รวมผู้บริหาร/ช่าง)
  5. วัตถุดิบในประเทศ: ต้องใช้วัตถุดิบในประเทศ ไม่น้อยกว่า 60%
  6. ห้ามขายคนนอก: ผลิตภัณฑ์ที่ได้ต้องนำไปใช้ในธุรกิจบริการของตนเอง ทั้งหมด

5. เงื่อนไขเพิ่มเติม “เฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม”

นอกจากเงื่อนไขทั่วไปแล้ว แต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมต้องทำตามเงื่อนไขเฉพาะเพิ่มเติม ดังนี้

  • การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
    • แรงงานท้องถิ่น: ต้องมีภูมิลำเนาในท้องถิ่น (รัศมี 50 กม.) มากกว่าหรือเท่ากับ 60%
    • วัตถุดิบชุมชน: ต้องมาจากรัศมี 50 กม. มากกว่าหรือเท่ากับ 50%
    • ขยะ: จัดการแบบ End of Waste (สิ้นสุดการเป็นของเสีย)
  • การบินและโลจิสติกส์
    • แรงงานท้องถิ่น: (รัศมี 50 กม.) มากกว่าหรือเท่ากับ 60%
    • วัตถุดิบชุมชน: (รัศมี 50 กม.) มากกว่าหรือเท่ากับ 50%
    • สิ่งแวดล้อม: ต้องได้ Green Industry ระดับ 5 ภายใน 5 ปี
  • การแพทย์ครบวงจร
    • แรงงานท้องถิ่น: (รัศมี 50 กม.) มากกว่าหรือเท่ากับ 60%
    • พลังงานสะอาด: ต้องใช้ มากกว่าหรือเท่ากับ 25% ของพลังงานทั้งหมด
  • ก่อสร้างทันสมัย
    • วัสดุรีไซเคิล: ต้องใช้วัตถุดิบจากการรีไซเคิล (Recycled material) มากกว่าหรือเท่ากับ 10% ของวัตถุดิบทั้งหมด

6. บทเฉพาะกาล

สำหรับโรงงานเดิมที่เคยได้รับสิทธิประโยชน์ตามประกาศฉบับเก่า (พ.ศ. 2555) จะยังคงได้รับสิทธิประโยชน์นั้นต่อไป


ทั้งนี้ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Link

หากพบข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม หมายเลขโทรศัพท์ 0-2430-6300