วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เผยแพร่ ร่าง พระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. …. เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไป

คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เห็นชอบหลักการร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ตามข้อเสนอของกระทรวงพลังงาน และมอบให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นระหว่าง 5–19 สิงหาคม พ.ศ. 2568

เหตุผลสำคัญ

  • ไทยมีพันธสัญญาในเวที COP26 ให้บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนปี 2593 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ปี 2608

  • พลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานสะอาดที่ไทยมีศักยภาพสูงและต้นทุนเทคโนโลยีลดลงต่อเนื่อง

  • ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ ลดค่าไฟและการปล่อยคาร์บอน

  • ปัจจุบันกระบวนการติดตั้งระบบโซลาร์ยังยุ่งยาก ขาดกฎหมายกลาง และมีกฎระเบียบหลายหน่วยงานซ้ำซ้อน

สาระสำคัญของร่างกฎหมาย

  • กำหนดหลักเกณฑ์แจ้งการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้เอง (Self-consumption) ต่อกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน

  • วางมาตรฐานด้านความปลอดภัย การจัดการซากอุปกรณ์ และการรวบรวมข้อมูลเพื่อวางแผนพลังงานระยะยาวของประเทศ

สาระสำคัญของ (ร่าง) พระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. ….

คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เห็นชอบหลักการร่างกฎหมายนี้ เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ลดค่าไฟ ส่งเสริมความปลอดภัย ความสะดวก และการเข้าถึงพลังงานสะอาด โดยมีสาระสำคัญดังนี้

  1. หมวด 1 บททั่วไป

    • วัตถุประสงค์: สนับสนุนการติดตั้งและใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในที่อยู่อาศัย/สถานประกอบกิจการ ลดค่าใช้จ่าย รวบรวมข้อมูลผู้ใช้ และกำกับดูแลความปลอดภัย

    • การผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองไม่ถือเป็นกิจการพลังงาน และไม่อยู่ภายใต้กฎหมายโรงงาน ผังเมือง พลังงาน หรือควบคุมอาคาร

  2. หมวด 2 การติดตั้งอุปกรณ์

    • เจ้าของสถานที่แจ้งติดตั้งต่ออธิบดีล่วงหน้า ≥ 30 วัน ไม่ต้องขออนุญาตหลายหน่วยงาน

    • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีสิทธิ์ตรวจสอบ หากไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์สามารถสั่งแก้ไขหรือรื้อถอน

    • ใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้เฉพาะในสถานที่ติดตั้ง ห้ามจำหน่าย ยกเว้นขายให้การไฟฟ้าหรือบุคคลในสถานที่เดียวกัน ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

  3. หมวด 3 การกำกับติดตามและซากอุปกรณ์

    • กำหนดมาตรการกำกับการใช้งานและจัดการซากอุปกรณ์อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และไม่กระทบสิ่งแวดล้อม

  4. หมวด 4 พนักงานเจ้าหน้าที่

    • มีอำนาจเข้าตรวจสอบ เรียกข้อมูล และสอบถามบุคคลที่เกี่ยวข้อง

    • พนักงานท้องถิ่นต้องได้รับการแต่งตั้ง และเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

  5. หมวด 5 บทกำหนดโทษ

    • กำหนดโทษปรับและโทษอาญาสำหรับผู้ฝ่าฝืน รวมถึงผู้แทนนิติบุคคล

  6. บทเฉพาะกาล

    • ใช้บังคับกับการขอติดตั้งที่ดำเนินการก่อนกฎหมายมีผลและยังไม่แล้วเสร็


เหตุผลความจำเป็นของการให้มีระบบอนุญาต ระบบคณะกรรมการหรือการกำหนดโทษอาญา รวมทั้งหลักเกณฑ์การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ

  • ระบบอนุญาต – ร่าง พ.ร.บ. ไม่มีการใช้ระบบอนุญาตแบบเดิม แต่ใช้การแจ้งข้อมูลล่วงหน้าและกำหนดหลักเกณฑ์แทน เพื่อลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน/ผู้ประกอบการ

  • ระบบคณะกรรมการ – ไม่มีการกำหนดให้มีคณะกรรมการตามร่างนี้

  • โทษอาญา – กำหนดโทษทางอาญาสำหรับการกระทำบางกรณี เช่น การติดตั้งผิดหลักเกณฑ์ที่อาจก่ออันตราย หรือการจำหน่ายไฟฟ้าผิดเงื่อนไข เพื่อให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ได้จริงและป้องกันความเสี่ยงต่อสาธารณะ/สิ่งแวดล้อม

    • ความเห็นจากการรับฟัง: โทษจำคุกอาจรุนแรงเกินจำเป็น ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ส่งเสริม จึงเสนอให้พิจารณาใช้มาตรการทางปกครองหรือโทษปรับเป็นพินัยแทน โดยเฉพาะเมื่อไม่มีเจตนาหรือไม่มีอันตรายร้ายแรง

  • ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ – ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจตรวจสอบและออกคำสั่งเพื่อให้การติดตั้งเป็นไปตามกฎหมาย เพื่อความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์

    • ข้อกังวล: อาจนำไปสู่การทุจริตหรือใช้อำนาจเกินขอบเขต

    • ข้อเสนอ: ต้องกำหนดขอบเขตอำนาจและหลักเกณฑ์การใช้ดุลพินิจให้ชัดเจน พร้อมมาตรการกำกับดูแลที่โปร่งใสเพื่อสร้างความเชื่อมั่น


ผู้ที่สนใจสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ (ร่าง) พระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. …. ได้ที่นี่
หากพบข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โทรศัพท์ 02-222-0206 ต่อ 1094 หรืออีเมล jeera.ph@ocs.go.th (คุณจีระ พุ่มพวง)