วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568 สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เผยแพร่ ร่าง พระราชบัญญัติความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. …. เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไป
เนื่องจากประเทศไทยมีการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพภายใต้หลายกฎหมายและหน่วยงาน แต่ยังมีช่องว่างด้านการกำกับดูแล จึงมีการจัดทำร่างพระราชบัญญัติความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเป็นกฎหมายกลางของประเทศ กำหนดมาตรฐานเดียว ครอบคลุมการอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน การแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม และการป้องกันผลกระทบจากชนิดพันธุ์รุกรานและสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม สอดคล้องกับอนุสัญญาระหว่างประเทศและสนับสนุนเศรษฐกิจชีวภาพ
การอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ต้องอาศัยทั้งมาตรการทางกฎหมายและความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และประชาชน พร้อมกลไกควบคุมการลักลอบนำเข้า–ส่งออก การใช้ทรัพยากรชีวภาพ และการแบ่งปันผลประโยชน์ รวมถึงการเสริมสร้างสมรรถนะและแรงจูงใจให้ชุมชนท้องถิ่นมีบทบาทในการปกป้องสิทธิ เจรจาข้อตกลง และคุ้มครองภูมิปัญญาของตนอย่างเหมาะสม
สาระสำคัญของ (ร่าง) พระราชบัญญัติความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. ….
1. หลักการทั่วไป
-
-
เป็น กฎหมายกลาง เพื่อเติมเต็มช่องว่างและยกระดับการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยไม่ขัดกับกฎหมายเฉพาะ
-
แต่งตั้ง หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ดำเนินงานร่วมกับคณะกรรมการความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ (มีอำนาจกำหนดนโยบายและแผน)
-
ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในประเทศ เขตเศรษฐกิจจำเพาะ ไหล่ทวีป และทะเลหลวง ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ
-
บริหารจัดการโดยยึดหลัก อนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ร่วมกับการมีส่วนร่วมของประชาชน และยึดแนวทาง Precautionary Approach
-
จัดทำ ทะเบียนชุมชนท้องถิ่น และแผนจัดการความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติสอดคล้องกัน
-
2. องค์กรกำกับดูแล
-
-
คณะกรรมการความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ (นายกฯ หรือรองนายกฯ เป็นประธาน) มีหน้าที่กำหนดนโยบาย แผน มาตรการ และการแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างเป็นธรรม
-
สผ. เป็นฝ่ายเลขานุการ ทำหน้าที่จัดทำแผน ทบทวนข้อมูล ติดตามผล และประสานงานกับหน่วยงานใน-ต่างประเทศ
-
หน่วยงานผู้รับผิดชอบทำหน้าที่ปฏิบัติการในพื้นที่ หากไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบ ให้ สผ. ทำแทน
-
3. การมีส่วนร่วมของประชาชน
-
-
ส่งเสริมการรวมกลุ่มเป็นชุมชนท้องถิ่น เพื่อมีสิทธิจัดการความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่
-
ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการกำหนดพื้นที่อนุรักษ์ การขึ้นบัญชีชนิดพันธุ์คุ้มครองหรือชนิดพันธุ์ต่างถิ่น และการพิจารณารายงานความปลอดภัยทางชีวภาพ
-
ใช้มาตรการจูงใจแก่เอกชนและภาคประชาสังคม เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
-
4. การบริหารจัดการ
4.1 การอนุรักษ์
-
-
-
จัดทำแผนทุก 5 ปี
-
กำหนด OECMs (พื้นที่อนุรักษ์นอกเขตคุ้มครอง)
-
ขึ้นบัญชี ทรัพยากรชีวภาพคุ้มครอง เช่น ชนิดพันธุ์หายาก เฉพาะถิ่น หรือถูกคุกคาม
-
จัดทำบัญชีทรัพยากรชีวภาพรายพื้นที่และปรับปรุงอย่างน้อยทุก 5 ปี
-
-
4.2 การเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์
-
-
-
ไม่ใช้บังคับกับการใช้ตามจารีตเพื่อยังชีพของชุมชน
-
ปฏิบัติตามหลัก PIC – MAT – Benefit Sharing ตามพิธีสารนาโงยา
-
การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ต้องทำข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ทั้งตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน
-
-
4.3 การควบคุมผลกระทบ
-
-
-
ควบคุม สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม (LMOs) ตามพิธีสารคาร์ตาเฮนา
-
จัดทำบัญชีและมาตรการควบคุม ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น รวมถึงการประกาศพื้นที่และมาตรการเร่งด่วนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
-
-
5. ความรับผิดทางแพ่ง
-
-
ผู้ก่อให้เกิดความเสียหายต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ครอบคลุมความเสียหายต่อความหลากหลายทางชีวภาพ เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงทางอาหาร และสุขภาพมนุษย์
-
6. บทกำหนดโทษ
-
-
มีโทษจำคุกและปรับ สำหรับการฝ่าฝืนมาตรการคุ้มครอง การใช้ LMOs โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ทรัพยากรชีวภาพ
-
โทษปรับพิจารณาจากมูลค่าทางการค้า
-
นิติบุคคลมีความรับผิดร่วม หากผู้บริหารมีส่วนรู้เห็น
-
มีคณะกรรมการเปรียบเทียบความผิด เพื่อปิดคดีเมื่อชำระค่าปรับ
-
7. บทเฉพาะกาล
-
-
ใช้คณะกรรมการเดิม (กอช.) ดำเนินงานในช่วงเริ่มแรก
-
กิจกรรม LMOs เดิมต้องขออนุญาตหรือแจ้งภายใน 120 วัน
-
8. เหตุผลสำคัญ
-
-
คุ้มครองทรัพยากรชีวภาพที่มีคุณค่าต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ ระบบนิเวศ และเศรษฐกิจ
-
สร้างกลไกกลางบูรณาการการทำงานของหน่วยงานรัฐ
-
มีโทษอาญาเพื่อป้องปรามและรักษาความมั่นคงทางชีวภาพของประเทศ
-
วางกรอบการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างรัดกุมและมีการตรวจสอบ
-
ผู้ที่สนใจสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ (ร่าง) พระราชบัญญัติความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. …. ได้ที่นี่
หากพบข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โทรศัพท์ 02-265-6561 หรืออีเมล onep.biosafety@gmail.com (คุณศศิธร ศรีสุรักษ์)